counter 19,634

Min Sul - 100% romantic

Live @ Seoul >> Part 1



อังยองชิมนิก้า กลับมาแล้ว ๆ เที่ยวหนุกหนานมากเลย
ไม่อยากกลับเลย อยากเที่ยวๆๆๆต่อไปเรื่อยๆ
เขียนความทรงจำหน่อย ต้องยาวเป็นกิโลแน่ๆเลย เฮ้อ แค่คิดก็เหนื่อยล่ะ



วันแรก > > 24 ตุลา 07

ขึ้นเครื่อง 6 โมง 40 ไปทรานเฟอร์ที่ฮ่องกงแล้วถึงต่อไปโซล
ก็... ไม่มีไร เดินดูของในเกทไปเรื่อย นั่งเครื่องข้ามวันข้ามคืน
แต่ไม่ยอมนอน นั่งฟังเพลง ดู Harry บนเครื่องนั่นแหละ


วันที่สอง > > 25 ตุลา 07 เคียงบ็อกกุง แม่น้ำฮัน ตึก 63 ชั้น อินซาดง

ถึงแล้วค่า สนามบินอินชอน ว้าว..ได้บรรยากาศมากๆ
เครื่องลงประมาณ ตี 5 ได้ กว่าจะตรวจคนเข้าเมืองเอากระป๋า





ยืนเอ๋อ ถ่ายรูป ก็ปาไป 6 โมงล่ะ ตอนผ่านตม. ชั้นก็ผ่านมาได้อย่างสบาย
ไม่ได้พูดไรซักคนเลย เจ้ยอดโดนถานิดหน่อยแต่ก็ไม่มีไร
แต่เดินออกจากตึกแค่นั้น โอ้วววว..สวรรค์ของคนเมืองร้อน
อากาศหนาวได้ใจมาก นั่งรอลีมูซีน บัส สาย 602-1 ซักพักนึง
จุดหมายปลายทางคือ Auguk dong แถวเกสเฮ้าส์ที่พักนั่นเอง
นั่งรถมาซักชั่วโมงครึ่งก็ถึงล่ะ สองศรีพี่น้องลากกระเป๋าเดินหาที่พักกัน
จนในที่สุดก็เจอ Jongnowon อยู่ตรงข้ามกะวังชางด็อกเลย 555+
เช็ค อิน เก็บของล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกเที่ยวกันทันที
เดินๆๆๆไปเคียงบ็อกกุง ประมาณ 1 สถานีรถไฟใต้ดินอ่ะ ไม่ไกลมากเท่าไร่
แต่เดินเห็นกำแพงวังล่ะ จะเอากล้องมาถ่ายรูป อ้าว..ลืมหยิบกล้องมา เวรกรรม
ต้องเดินกลับไปเอากล้อง ยังไม่ทันไรเลยปวดขาแล้ว โฮฮฮ
จนในที่สุดก็ถึง เคียงบ็อกกุง ค่าเข้าคนละ 3000 วอน





โผล่เข้าไปตกใจมาก คนมาจากไหนกันเนี่ย เยอะโคตรๆ
ส่วนใหญ่เป็นฮักเซ็งมาทัศนศึกษา เด็กนักเรียนเต็มไปหมดเลย
ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต เดินตามกันเป็นพรวน แต่ทัวร์ก็เยอะเหมือนกันนะ




เดินเข้าไปในๆ ไปเจอกันกลุ่มทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนญี่ปุ่น
เจอแล้วค่ะ นักเรียนสุดหล่อ หัวเซตมาอย่างดี ขาวจั๊วะ
ถ่ายรูปไม่ทัน มันไกลไปหน่อย แต่คอมเฟริม์ว่าหล่อจริง!!




จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปเด็กแถวนั้นล่ะ ในกล้องวีดีโอนี่มีแต่คนๆๆๆ
แต่หาดีไม่ได้แล้ว ซัก 100 คนจะหน้าตาดี 1 คน เฮ้อออ
เดินชมวังไปเรื่อยๆ ในนั้นก็มีพวกพิพิธภัณฑ์นู่นนี่ด้วย สวยดีๆ
แต่พี่น้องเมื่อยขาเกินไปแล้ว ง่วงมากๆด้วย เลยตัดสินใจกลับที่พัก
ขอนอนซักแป๊บนึงนะ แล้วจะตื่นมาเที่ยวต่อ ระหว่างทางเดินกลับ
เจอเด็กที่มาทัศนศึกษานั่งกินข้าวกันอยู่ข้างทางก็เลยถ่ายรูปกันมา





กลับไปนอนซัก 2-3 ชั่วโมง ตื่นมาเดินทางท่องเที่ยวต่อเหอะนะ
นั่งรถไฟใต้ดินไปลงยุยอินารุ เดินออกมาเป็นแม่น้ำฮันคับ
โอ้ว..จะหนาวไปไหน แถวนี้เป็นสถานี MBC กะ KBS ด้วย
แต่ไม่ได้เดินเข้าไปอ่ะ เพราะมันไม่ได้อยู่ในแผนและมันไกล โฮฮฮ
เดินชมวิวแม่น้ำฮันไปเรื่อย ก็.. เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยามั้งแต่มันไม่สกปรกไง





แล้วเราก็ตามรอยซีรี่ส์เรื่องแรกกันค่ะ My Girl~
ข้ามไปอีกฝั่งนึงก็เป็นตึก 63 ชั้นที่สูงตะง่านเลย




รีบๆเดินเข้าไปกันเหอะ ข้างนอกมันหนาวมากเลยนะ




เราก็ต้องเสียเงิน 7000 วอนเพื่อขึ้นลิฟท์ไปข้างบน
ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงโซลยาค่ำคืน




ยัยเจ๊อ้วนๆ คนนี้ใครคะ?? ดู กู เซ โย๊??




ชื่นชมสมใจแล้วก็ลงๆๆ กลับๆค่ะ มันมืดแล้วก็เหนื่อยแล้วด้วย
นั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พัก แต่ไม่ยอมไปลงที่สถานีที่ต้องลง
แต่ลงก่อนถึงสถานีนึง เพื่อจะเดินซึมซับบรรยากาศย่านอินซาดง
และหาข้าวกินด้วย แต่พอออกมาแล้ว งงๆ เราจะเดินไปทางไหนกันนะ
เดินมั่วไปเรื่อยๆ ไปหยุดหน้าตึกนึง เฮ้ย.. แถวนี้โคตรจะคุ้นเลย ที่ไหนวะ
หันไปเห็นป้าย Nak Won BLDG. อ้อๆๆ ใช่เลยๆ
ก่อนมานี่เพิ่งดู Que sera sera มาหมาดๆ นี่ตึกที่พระเอก นางเอกอยู่นี่น่า
กลายเป็นมาตามรอยซีรี่ส์เรื่องนี้ไปอีกเรื่อง 555+





และแล้วก็หาร้านกินข้าวได้ซะที แถวที่พักนั่นแหละ
ร้านนี้รูปเยอะเลยเข้าไป ใช้ชี้เอาเพราะสั่งไม่เป็น
อะไรไม่รู้ อร๊อย อร่อย เพราะหิวด้วยมั้ง ถูกปากที่สุดเลย
แล้วก็กลับอาบน้ำ ดูโทรทัศน์แป๊บนึง นอน





วันที่สาม > > 26 ตุลา 07 LOTTE WORLD




เพราะว่าโทรศัพท์แบตหมด นาฬิกาเลยไม่ยอมปลุก โฮฮฮ
ตื่นมา 9 โมงครึ่ง ตายๆๆ รีบๆ อาบน้ำแต่งตัว ลงไปกินอาหารเช้า
มุ่งหน้าสู่ล็อตเต้เวิล์ด ทางเข้าล็อตเต้นี่อยู่เชื่อมกะสถานีรถไฟฟ้าเลยอ่ะ
ค่าบัตรคนละ 30500 วอน ไม่อยากคิดเป็นเงินไทยเลย
ก้าวเข้าไป โอ้ววว คนมาจาไหน อุตส่าห์มาวันธรรมดาแล้วนะ
อยู่นี่ที่ไหนๆคนก็เยอะทั้งนั้นเลยอ่ะ ส่วนใหญ่เป็นเด็กอีกแล้ว
ก็นะสวนสนุกก็ต้องมีแต่เด็กสิเนอะ แต่ว่าแต่งชุดนักเรียนมาเลยเนี่ยสิ





เครื่องเล่นแต่ละอย่างก็น่าเล่นดี แต่ทุกอย่างคนต่อแถวยาวมากๆ
ไหนๆก็มาแล้วก็ต้องต่อ อย่างแรกเล่นถ้วยหมุนๆก่อน
แล้วก็ไปต่อแถวขึ้นบอลลูนชมรอบล็อตเต้ ยืนรอไป 40 นาที เกือบตาย
ระหว่างรอเลยเสียเงินซื้อทาโกะ 6 ลูก 3500 วอน ตอนซื้อลืมคิดเป็นเงินไทย 555+





เสร็จแล้วก็ไปต่อแถวอีกเกือบชั่วโมงขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา
สนุกแบบหลับตาอีกแล้วครับท่าน





แล้วก็เดินอกมาที่ Magic Island
ปราสาทสวยงาม เครื่องเล่นอีกมากมาย
ที่เล่นไม่ไหวแล้วเพราะขี้เกียจต่อแถว





แต่เพื่อไม่ให้เสียเงินไปฟรีๆ
ก็เลยต่อแถวที่สั้นๆหน่อย เล่น Gyro Drop เสียววูบๆ
กะ Wave WIKINI นี่ก็สนุกดี





เล่นเครื่องเล่นไม่ได้เลยมาเข้ส Museum แทน




ในนี้เป็นวิถีชิวิตของคนเกาหลีสมัยก่อน สวยดี




ก่อนกลับแวะไปที่ลานสเก็ต เก็บบรรยากาศ
แล้วก็ซื้อของฝากนิดหน่อย
จากนั้นเข้า Lotte Mart ช๊อปปิ้ง
ห้างเกาหลีนี้ดีจริงๆ ของให้ชิมเรียงรายเป็นแถว
แล้วให้ชิมแบบไม่หวงจริงๆอ่ะ เนื้อเป็นเนื้อ น้ำเป็นน้ำ





เหนื่อยมากแล้ว กลับที่พัก หาร้นอาหารกินกัน
วันนี้กินไรไม่รู้เป็นหม้อๆ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนยังไม่กินอ่ะ ลืม


วันที่สี่ > > > 27 ตุลา 07 เกาะนามิ เมียงดง

วันนี้ต้องตื่นด้วยตัวเอง แต่ก็ประสบความสำเร็จ 7 โมงครึ่ง เก่งมั๊ย??
อาบน้ำแต่งตัว ไปดงโซล บัส เทอร์มินัล ขึ้นรถไปเกาะนามิ
มั่วมากมาย เพราะทางที่หามาบอกไม่ละเอียดเลย





ไปถึงแล้วยังต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามเกาะอีก
ดีที่มีคนชวนขึ้นแท็กซี่ด้วยกัน เลยหารค่ารถคนละครึ่ง 8600 วอน
ไปถึงท่าเรือ โหยยยย.. คนมโหฬารบานตะไท เกาะมันจะถล่มมั๊ยอ่ะ
คนเยอะแบบนี้ มันจะมีอะไรเหลือให้โรแมนติกเนี่ย
เสียเงินไปคนละ 8000 วอน ข้ามเรือไปถึงเกาะนามิ
ถึงคนจะเยอะ ก็เยอะไปด้วยคู่รัก มาเดทกันด้วยชุดเหมือน
ไปเจอ 2 คู่เป็นดับเบิ้ล เดท แล้วแต่งตัวเหมือนกัน 2 คู่เลย วิ้ววว





เราสองพี่น้องก็เดินเก็บบรรยากาศตามประสาคนโสดไป





เกาะนามิ ที่สวยงาม ต้นไม้สีแดง สีเหลืองมากมาย











สวยมั๊ยๆ บรรยากาศนะ ไม่ใช่คนในรูป 555+ อย่าชมๆ





ขามารอเรือไม่นานเท่าไหร่ แต่ขากลับนี่สิ
แถวขึ้นเรือยาวไปเกือบสุดเกาะ (เว่อร์ๆ)
ต่อแถวไปเรื่อยๆ ดันมีนกกระนอกมาต่อแถวอยู่ข้างหลังได้ไง
คู่รักแต่งตัวเหมือนกันที่ว่างวไม่ได้ ยืนจูบกันตลอด 555+





ข้ามฝั่งมาแล้วก็งง จะกลับยังไง ไม่มีบัสด้วย
เลยไปต่อแถวขึ้นแท็กซี่เกือบชั่วโมง ที่นี่ทุกอย่างแถวยาวหมดอ่ะ
เลือกว่าจะไปนั่งรถบัสหรือว่านั่งรถไฟ
แต่ที่หาข้อมูลมาเค้าบอกว่าเย็นๆรถจะติดเลยคิดว่าไปรถไฟดีกว่า
ชวนคนข้างหน้านั่งไปด้วย หารค่ารถอีกแล้ว
เพราะค่าแท็กซี่ที่นี่ไม่ไหวอ่ะ นั่งไปชุนชอนขึ้นรถไฟ
ค่าแท็กซี่เท่าไหร่ให้ทาย 36700 วอน O_o" เหงื่อตกค่ะ ไม่กล้าคูณเลย
ขึ้นรถไฟอีกคนละ 4800 วอน ตั๋วยืน ขึ้นรถไป ทำไมให้ชั้นยืนวะ ที่ออกจะโล่ง
อยากนั่งอ่ะ เมื่อย นั่งไป 2-3 สถานี คนขึ้นมาเต็มเลย
คราวนี้เลยได้นั่งสมใจ นั่งพื้นนะ บนนี้ก็ยังจะเจอนกกระจอกอยู่อีก เหอๆๆ
พอถึงโซล ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเมียงดงค่ะ
แวะกินอะไรไม้ๆ กันคนละไม้สองไม้ เอาบรรยากาศ แต่อร่อยดีนะ
ที่นี่ขายไม้ละ 1000 วอน ตอนหลังไปเจอที่อื่นขาย 500 วอนเอง





ขึ้นจากสถานีรถไฟปุ๊บ คำแรกที่พูดคือ ไม่น่าไปเกาะบ้านั่นเลย 555+
เพราะที่นี่ร้านค้าเต็มไปหมด เป็นซอยๆ ขายของเต็มเพียบ
คนมากมายอีกแล้ว เดินช็อปตามสบายเลยค่ะ
ก็เข้าไปเลยค่ะ skin food หมดไป เกือบ 70000 วอนรวมที่คนฝากซื้อด้วยนะ





แล้วก็เข้า Etude งัดแคตตาล็อตออกมาเลยค่ะ
เลือกใส่ตะกร้ายั่งกะเค้าแจกฟรี พนักงงานก็ขายเก่งมาก ขนาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ
สรุปแล้ว จ่าย Etude ที่เมียงดงไป 200500 วอนเท่านั้นเอง T___T
ตัวเบาหวิวเดินออกจากร้าน พนักงงานบ๊ายบายใหญ่เลย 555+
ออกจากร้านมา อ้าว นี่เราเข้าไปนานแค่ไหน ข้างนอกปิดกันเกือบหมดล่ะ
เลยนั่งรถใต้ดินกลับบ้าน หอบหิ้วของกันพะรุงพะรัง




ก่อนเข้าที่พัก เข้าร้านอาหาร กินไอ้นี่ๆ จานใหญ่มากกกก 4000 วอน



วันที่ห้า > > 28 ตุลา 07 Coffee Prince ดงแทมุน อีแทวอน นัมแดมุน เมียงดง



เมื่อวานไปขอยืมหัวเสียบที่อาจุมม่าเจ้าของเกาเฮ้สามาชาร์ตบตมือถือแล้ว
ก็เลยตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ 8 โมง จุดมุ่งหมายของวันนี้เป็นไฮไลท์มากๆ
นั่งรถใต้ดินไปลงสถานีมหาลัยฮงอิก จากนั้นก็เดินๆหาร้านเจ้าชายกาแฟ
ตอนแรกหลงๆอยู่พักนึง ก็ถามๆคนที่เดินผ่านไปมา จนเจอแล้ว กรี๊ดด ตื่นเต้น



ไปถึงเค้าปิดอยู่อ่ะ แต่มีคนยืนๆถ่ายรูปอยู่ก่อน
สภาพร้านก็รกๆนิดหน่อย ตอนแรกนึกว่าเค้าไม่ขายแล้ว
พอถามคนที่เค้าถ่ายรูปอยู่ ได้ความว่าร้านเปิดเที่ยงครึ่ง




ก็เลยถ่ายรูปๆ เจ้าของร้านเปิดให้เข้าไปถ่ายด้านในด้วย
เค้ามาถามว่ามาจากไหน เลยตอบไปว่า ไทยแลนด์ๆ
ถ่ายจนไม่รู้จะถ่ายไรล่ะ เลยไปยืนกินไรในมาร์ทแถวนั้น รอเที่ยงครึ่ง




ดูกำแพงหน้าร้าน ไม่มีที่ว่างเลยค่ะ
ชั้นก็ไปเขียนกะเค้าไว้เหมือนกันน้า 555+



ได้เวลาร้านเปิดก็รี่เข้าไปเลย กรี๊ดๆๆๆ
สั่งกาแฟมอคค่า 2 แก้วๆละ 7000 วอน
เกิดมาไม่เคยกินกาแฟแพงขนาดนี้มาก่อน





ที่เคาน์เตอร์มีแก้ว Coffee prince วางเรียงอยู่
ไปขอซื้อเค้ามา 2 ใบๆละ 15000 วอน o_O"
ตอนแรกเค้าไม่ขายด้วย แต่คงเห็นแบบต่างชาติเลยขายมั้ง




กินเสร็จ ถ่ายรูปหนำใจ ก็กลับ พอใจล่ะ
ออกมาถ่ายรูปกะลูกเจ้าของร้านหน่อย น่ารักมากๆๆๆ




วันนี้วันอาทิตย์ เป้าหมายคือ ดงแทมุนที่เค้าปิดถนนขายของตอนช่วงบ่าย
นั่งรถไปถึงก็ลุยเลย ของขายเยอะมากๆ ถูกก็มีแพงก็เยอะ



ไม่ได้ถ่ายรูปเลย เพราะสองพี่น้องมือไม่ว่าง 555
เดินๆอยู่ ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนตกซู่ซะงั้น
หนาวแล้วฝนยังตกอีก เข้าไปหลบในห้างเดินดูของไปเรื่อย
หาของกิน ในที่สุดก็ได้กินละจาจาเหมียนกะบลูโคคิ




ฝนหยุดแล้ว แต่ยังไม่หยุดเที่ยว ไปไหนต่อดีๆ
เลือกไปอีแทวอน ก็หอบของกันไปจนถึง
อืม... สีสมดีๆนี่เอง เหมือนมากๆ ฝรั่งเยอะมาก ไม่มีไรน่าตื่นเต้น
เลยไปต่อกันที่ตลาดนัมแดมุน ซื้อสาหร่ายมา 15000 วอน 555+ โดนหลอก
เดินเรื่อยมาจนถึงเมียงดง เพราะเมื่อวานยังไม่ได้เดินเท่าไหร่เลย





ดูของไปเรื่อย แล้วก็เข้า Etude อีกล่ะ
พนักงานจำได้เลย เค้าลากไปทำเล็บให้ซะเลย 555+ สวยดีๆ





เดินขาลากกันจนกลับที่พัก วางของแล้วก็ออกมาซาวน่า
โชคดีที่ซาวน่าเนี่ย อยู่ในตึกตรงข้ามที่พักเลย
แต่มันเป็นซาวน่าเล็กๆแหละ เดินเข้าไป
เจอนมตูมๆเลยค่ะ เค้าแก้ผ้ากันอ่ะ
ก็เปลี่ยนเสื้อ เข้าไปในห้องซาวน่า ร้อนจี๊เลยๆ
ไม่กล้าเอากล้องเข้าไป กลัวเจ๊ง




มีที่อาบน้ำด้วย แต่ไม่ได้อาบนะ



เสียไปคนบะ 3500 วอนค่าเข้าซาวน่า 555+ พอใจยังๆ


วันที่หก > > 29 ตุลา 07  นัมซานทาวเวอร์ ยุยอิโด พาร์ค บลูเฮาส์ เทคโน มาร์ท

วันนี้ตื่นแต่เช้า ข้ามถนนมุ่งสู่ชางด็อกกุง
แต่ลางมาล่ะ แปลกๆ ทำไมมันเงียบๆ ทุกวันมันจะคนเยอะแยะไปหมด
สรุปชางด็อกกุงปิดวันจันทร์ โหยยยย เสียดายมาก ใกล้เกลือกินด่างของแท้



ตรงข้ามบ้านแท้ๆ แต่ไม่ได้เข้าไป เลยไปเป้าหมายต่อไป
เขานัมซาน นั่งรถไปลงเมียงดง เดินขึ้นเขา เหนื่อยแฮ่กๆ
เห็นโรงแรมแปซิฟิกแล้วก็คิดถึงฮันกุล
มองหาใหญ่เลยบ้านไหนหนอจะเป็นบ้านฮันกุล




ขึ้นมาถึงรถกระเช้าเหนื่อยแฮ่กเลย
ซื้อตั๋วขึ้นรถกระเช้าคนละ 7000 วอน
เอาแบบไปกลับ ไม่อยากเดินล่ะเหนื่อย
ขึ้นรถกระเช้าตามรอยซีรี่ส์ คิมซัมซุนอีกเรื่องนึง





วันนี้อากาศหนาวจับใจ หนาวกว่าทุกวันเลยทีเดียว
หรือเป็นเพราะเราขึ้นมาที่สูงก็ไม่รู้





ก็ถ่ายรูป เก็บภาพกันไปตามอัธยาศัย
บนนี้เค้าเปิดเพลง Marry U ของเอสเจด้วยล่ะ 555+




ถ่ายกันเองมันเก็บโซล ทาวเวอร์ไม่ได้ทั้งหมด
เลยไปใช้บริการถ่ายภาพที่นั่น รูปละ 5000 วอน ไม่ถูกไม่แพง
แต่รูปออกมายาวๆยืดๆยังไม่ไม่รู้ 555+




ไม่ได้ขึ้นไปที่หอดูดาว เพราะไม่รู้จะดูไรตอนกลางวันแบบนี้
นั่งรถกระเช้าลงสู้พื้นดิน




เดินลงมาก็หาของกิน
สั่งอะไรไม่รู้ซีฟู้ดๆ ได้ไอ้นี่มา ไม่อร่อยอย่างแรง 5000 วอน





จากนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดินไปยุยอิโดกัน
เดินไปยุยดิโดพาร์ค เป็นสวนสาธารณะสวยงาม
อากาศหนาวแบบนี้ จะเดินเล่นได้ยังไงกัน





เดินเรื่อยไปจนถึง บลูเฮ้าส์ เป็นรัฐสภาของเกาหลี
ตอนแรกนึกว่าบ้านฟลูเฮ้าส์แล้วเค้าพิมพ์ผิดซะอีก 555+





ที่ยุยดิโดนี่เราลองถามราคามือถือกัน
ถูกโฮก บางรุ่นนะ แต่ถ้าพวกซัมซุงก็ถูกกว่าไทยทั้งนั้น สวยกว่าด้วย
เจ้ยอดถามอันนึงของ anycall สีขาวฝาพับสวยงาม 30000 วอนเอง
ควักเงินจะซื้อล่ะ เค้าขอ ID Card ยื่น Passport ไปให้ก็ใช้ไม่ได้
ใช้บัตรประชาชนของไทยก็ไม่ได้ สรุปไม่ให้ซื้อซะงั้น เสียดายมาก
ด้วยความอยากได้ เลยไปเทคโนมาร์ท อยู่แถวดงโซล บัส เทอร์มินัลอ่ะแหละ
ขายของพวกคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ กล้องไรพวกนี้
สรุปก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี น่าเสียดายจริงๆเลย





ขากลับก็แวะกินหมูสามชั้นย่างแบบในหนังเกาหลีที่ใฝ่ฝัน
แล้วก็กลับที่พัก เก็บของ จัดกระเป๋า พรุ่งนี้เดินทางแต่เช้า
อาบน้ำ แต่งตัว ดูโทรทัศน์ ชอบจังเลยโทรทัศน์เกาหลีเนี่ย
รายการก็สนุก ตลกดี ถ้าดูหนังรู้เรื่องคงจะดี


วันที่เจ็ด > > 30 ตุลา 07

ตื่น 6 โมงครึ่ง เช็ค เอาท์ แล้วก็ลากกระเป๋าไปขึ้นลีมูซีนบัส
ขามากระเป๋า 1 ใบใหญ่ ขากลับกระเป๋างอกเงยเป็น 3 กระเป๋า
ลากกัน แบกกันกว่าจะถึงป้ายรถ หนาวจนมือชา ควันออกปาก
นั่งรถชั่วโมงนึงพอดีเป๊ะไปถึงสนามบินอินชอน
เช็คอินโหลดกระเป๋า เข้าเกทขึ้นเครื่อง กลับไทย
ไม่อยากไปเลย T_T


จบๆๆ นั่งเขียนมาตั้งแต่ 3 โมง ตอนนี้ 3 ทุ่มกว่าล่ะ เก่งจริงๆ
สรุปทริปนี้ใช้เงินไปสิ้นเนื้อประดาตัว (เว่อร์ๆ)
แต่ว่าสนุกและเป็นความทรงจำที่ดี
ได้ตามรอยซีรี่ส์ทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน
เริ่มตั้งแต่ My Girl ,Que sera sera ,Coffee Prince
Winter love song ,Kim sum soon เกี่ยวมั๊ยเนี่ย

สนุกมากเลย เดี๋ยวครั้งหน้ามาแปะรูปที่ถ่ายกะป้ายโฆษณาดีกว่า555+
พรุ่งนี้ไปเรียนแล้ว สู้ๆ

ปล. ก่อนไปเกาหลีติด Que sera sera อยู่
เอริคหล่อลากไส้มากๆ กลับมาดูจนจบแล้วเสียอารมณ์ว่ะ
แต่ให้อภัยเพราะเอริคหล่อ







Min Sul - 100% romantic

Live @ Seoul >> Part 1



อังยองชิมนิก้า กลับมาแล้ว ๆ เที่ยวหนุกหนานมากเลย
ไม่อยากกลับเลย อยากเที่ยวๆๆๆต่อไปเรื่อยๆ
เขียนความทรงจำหน่อย ต้องยาวเป็นกิโลแน่ๆเลย เฮ้อ แค่คิดก็เหนื่อยล่ะ



วันแรก > > 24 ตุลา 07

ขึ้นเครื่อง 6 โมง 40 ไปทรานเฟอร์ที่ฮ่องกงแล้วถึงต่อไปโซล
ก็... ไม่มีไร เดินดูของในเกทไปเรื่อย นั่งเครื่องข้ามวันข้ามคืน
แต่ไม่ยอมนอน นั่งฟังเพลง ดู Harry บนเครื่องนั่นแหละ


วันที่สอง > > 25 ตุลา 07 เคียงบ็อกกุง แม่น้ำฮัน ตึก 63 ชั้น อินซาดง

ถึงแล้วค่า สนามบินอินชอน ว้าว..ได้บรรยากาศมากๆ
เครื่องลงประมาณ ตี 5 ได้ กว่าจะตรวจคนเข้าเมืองเอากระป๋า





ยืนเอ๋อ ถ่ายรูป ก็ปาไป 6 โมงล่ะ ตอนผ่านตม. ชั้นก็ผ่านมาได้อย่างสบาย
ไม่ได้พูดไรซักคนเลย เจ้ยอดโดนถานิดหน่อยแต่ก็ไม่มีไร
แต่เดินออกจากตึกแค่นั้น โอ้วววว..สวรรค์ของคนเมืองร้อน
อากาศหนาวได้ใจมาก นั่งรอลีมูซีน บัส สาย 602-1 ซักพักนึง
จุดหมายปลายทางคือ Auguk dong แถวเกสเฮ้าส์ที่พักนั่นเอง
นั่งรถมาซักชั่วโมงครึ่งก็ถึงล่ะ สองศรีพี่น้องลากกระเป๋าเดินหาที่พักกัน
จนในที่สุดก็เจอ Jongnowon อยู่ตรงข้ามกะวังชางด็อกเลย 555+
เช็ค อิน เก็บของล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกเที่ยวกันทันที
เดินๆๆๆไปเคียงบ็อกกุง ประมาณ 1 สถานีรถไฟใต้ดินอ่ะ ไม่ไกลมากเท่าไร่
แต่เดินเห็นกำแพงวังล่ะ จะเอากล้องมาถ่ายรูป อ้าว..ลืมหยิบกล้องมา เวรกรรม
ต้องเดินกลับไปเอากล้อง ยังไม่ทันไรเลยปวดขาแล้ว โฮฮฮ
จนในที่สุดก็ถึง เคียงบ็อกกุง ค่าเข้าคนละ 3000 วอน





โผล่เข้าไปตกใจมาก คนมาจากไหนกันเนี่ย เยอะโคตรๆ
ส่วนใหญ่เป็นฮักเซ็งมาทัศนศึกษา เด็กนักเรียนเต็มไปหมดเลย
ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต เดินตามกันเป็นพรวน แต่ทัวร์ก็เยอะเหมือนกันนะ




เดินเข้าไปในๆ ไปเจอกันกลุ่มทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนญี่ปุ่น
เจอแล้วค่ะ นักเรียนสุดหล่อ หัวเซตมาอย่างดี ขาวจั๊วะ
ถ่ายรูปไม่ทัน มันไกลไปหน่อย แต่คอมเฟริม์ว่าหล่อจริง!!




จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปเด็กแถวนั้นล่ะ ในกล้องวีดีโอนี่มีแต่คนๆๆๆ
แต่หาดีไม่ได้แล้ว ซัก 100 คนจะหน้าตาดี 1 คน เฮ้อออ
เดินชมวังไปเรื่อยๆ ในนั้นก็มีพวกพิพิธภัณฑ์นู่นนี่ด้วย สวยดีๆ
แต่พี่น้องเมื่อยขาเกินไปแล้ว ง่วงมากๆด้วย เลยตัดสินใจกลับที่พัก
ขอนอนซักแป๊บนึงนะ แล้วจะตื่นมาเที่ยวต่อ ระหว่างทางเดินกลับ
เจอเด็กที่มาทัศนศึกษานั่งกินข้าวกันอยู่ข้างทางก็เลยถ่ายรูปกันมา





กลับไปนอนซัก 2-3 ชั่วโมง ตื่นมาเดินทางท่องเที่ยวต่อเหอะนะ
นั่งรถไฟใต้ดินไปลงยุยอินารุ เดินออกมาเป็นแม่น้ำฮันคับ
โอ้ว..จะหนาวไปไหน แถวนี้เป็นสถานี MBC กะ KBS ด้วย
แต่ไม่ได้เดินเข้าไปอ่ะ เพราะมันไม่ได้อยู่ในแผนและมันไกล โฮฮฮ
เดินชมวิวแม่น้ำฮันไปเรื่อย ก็.. เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยามั้งแต่มันไม่สกปรกไง





แล้วเราก็ตามรอยซีรี่ส์เรื่องแรกกันค่ะ My Girl~
ข้ามไปอีกฝั่งนึงก็เป็นตึก 63 ชั้นที่สูงตะง่านเลย




รีบๆเดินเข้าไปกันเหอะ ข้างนอกมันหนาวมากเลยนะ




เราก็ต้องเสียเงิน 7000 วอนเพื่อขึ้นลิฟท์ไปข้างบน
ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงโซลยาค่ำคืน




ยัยเจ๊อ้วนๆ คนนี้ใครคะ?? ดู กู เซ โย๊??




ชื่นชมสมใจแล้วก็ลงๆๆ กลับๆค่ะ มันมืดแล้วก็เหนื่อยแล้วด้วย
นั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พัก แต่ไม่ยอมไปลงที่สถานีที่ต้องลง
แต่ลงก่อนถึงสถานีนึง เพื่อจะเดินซึมซับบรรยากาศย่านอินซาดง
และหาข้าวกินด้วย แต่พอออกมาแล้ว งงๆ เราจะเดินไปทางไหนกันนะ
เดินมั่วไปเรื่อยๆ ไปหยุดหน้าตึกนึง เฮ้ย.. แถวนี้โคตรจะคุ้นเลย ที่ไหนวะ
หันไปเห็นป้าย Nak Won BLDG. อ้อๆๆ ใช่เลยๆ
ก่อนมานี่เพิ่งดู Que sera sera มาหมาดๆ นี่ตึกที่พระเอก นางเอกอยู่นี่น่า
กลายเป็นมาตามรอยซีรี่ส์เรื่องนี้ไปอีกเรื่อง 555+





และแล้วก็หาร้านกินข้าวได้ซะที แถวที่พักนั่นแหละ
ร้านนี้รูปเยอะเลยเข้าไป ใช้ชี้เอาเพราะสั่งไม่เป็น
อะไรไม่รู้ อร๊อย อร่อย เพราะหิวด้วยมั้ง ถูกปากที่สุดเลย
แล้วก็กลับอาบน้ำ ดูโทรทัศน์แป๊บนึง นอน





วันที่สาม > > 26 ตุลา 07 LOTTE WORLD




เพราะว่าโทรศัพท์แบตหมด นาฬิกาเลยไม่ยอมปลุก โฮฮฮ
ตื่นมา 9 โมงครึ่ง ตายๆๆ รีบๆ อาบน้ำแต่งตัว ลงไปกินอาหารเช้า
มุ่งหน้าสู่ล็อตเต้เวิล์ด ทางเข้าล็อตเต้นี่อยู่เชื่อมกะสถานีรถไฟฟ้าเลยอ่ะ
ค่าบัตรคนละ 30500 วอน ไม่อยากคิดเป็นเงินไทยเลย
ก้าวเข้าไป โอ้ววว คนมาจาไหน อุตส่าห์มาวันธรรมดาแล้วนะ
อยู่นี่ที่ไหนๆคนก็เยอะทั้งนั้นเลยอ่ะ ส่วนใหญ่เป็นเด็กอีกแล้ว
ก็นะสวนสนุกก็ต้องมีแต่เด็กสิเนอะ แต่ว่าแต่งชุดนักเรียนมาเลยเนี่ยสิ





เครื่องเล่นแต่ละอย่างก็น่าเล่นดี แต่ทุกอย่างคนต่อแถวยาวมากๆ
ไหนๆก็มาแล้วก็ต้องต่อ อย่างแรกเล่นถ้วยหมุนๆก่อน
แล้วก็ไปต่อแถวขึ้นบอลลูนชมรอบล็อตเต้ ยืนรอไป 40 นาที เกือบตาย
ระหว่างรอเลยเสียเงินซื้อทาโกะ 6 ลูก 3500 วอน ตอนซื้อลืมคิดเป็นเงินไทย 555+





เสร็จแล้วก็ไปต่อแถวอีกเกือบชั่วโมงขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา
สนุกแบบหลับตาอีกแล้วครับท่าน





แล้วก็เดินอกมาที่ Magic Island
ปราสาทสวยงาม เครื่องเล่นอีกมากมาย
ที่เล่นไม่ไหวแล้วเพราะขี้เกียจต่อแถว





แต่เพื่อไม่ให้เสียเงินไปฟรีๆ
ก็เลยต่อแถวที่สั้นๆหน่อย เล่น Gyro Drop เสียววูบๆ
กะ Wave WIKINI นี่ก็สนุกดี





เล่นเครื่องเล่นไม่ได้เลยมาเข้ส Museum แทน




ในนี้เป็นวิถีชิวิตของคนเกาหลีสมัยก่อน สวยดี




ก่อนกลับแวะไปที่ลานสเก็ต เก็บบรรยากาศ
แล้วก็ซื้อของฝากนิดหน่อย
จากนั้นเข้า Lotte Mart ช๊อปปิ้ง
ห้างเกาหลีนี้ดีจริงๆ ของให้ชิมเรียงรายเป็นแถว
แล้วให้ชิมแบบไม่หวงจริงๆอ่ะ เนื้อเป็นเนื้อ น้ำเป็นน้ำ





เหนื่อยมากแล้ว กลับที่พัก หาร้นอาหารกินกัน
วันนี้กินไรไม่รู้เป็นหม้อๆ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนยังไม่กินอ่ะ ลืม


วันที่สี่ > > > 27 ตุลา 07 เกาะนามิ เมียงดง

วันนี้ต้องตื่นด้วยตัวเอง แต่ก็ประสบความสำเร็จ 7 โมงครึ่ง เก่งมั๊ย??
อาบน้ำแต่งตัว ไปดงโซล บัส เทอร์มินัล ขึ้นรถไปเกาะนามิ
มั่วมากมาย เพราะทางที่หามาบอกไม่ละเอียดเลย





ไปถึงแล้วยังต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามเกาะอีก
ดีที่มีคนชวนขึ้นแท็กซี่ด้วยกัน เลยหารค่ารถคนละครึ่ง 8600 วอน
ไปถึงท่าเรือ โหยยยย.. คนมโหฬารบานตะไท เกาะมันจะถล่มมั๊ยอ่ะ
คนเยอะแบบนี้ มันจะมีอะไรเหลือให้โรแมนติกเนี่ย
เสียเงินไปคนละ 8000 วอน ข้ามเรือไปถึงเกาะนามิ
ถึงคนจะเยอะ ก็เยอะไปด้วยคู่รัก มาเดทกันด้วยชุดเหมือน
ไปเจอ 2 คู่เป็นดับเบิ้ล เดท แล้วแต่งตัวเหมือนกัน 2 คู่เลย วิ้ววว





เราสองพี่น้องก็เดินเก็บบรรยากาศตามประสาคนโสดไป





เกาะนามิ ที่สวยงาม ต้นไม้สีแดง สีเหลืองมากมาย











สวยมั๊ยๆ บรรยากาศนะ ไม่ใช่คนในรูป 555+ อย่าชมๆ





ขามารอเรือไม่นานเท่าไหร่ แต่ขากลับนี่สิ
แถวขึ้นเรือยาวไปเกือบสุดเกาะ (เว่อร์ๆ)
ต่อแถวไปเรื่อยๆ ดันมีนกกระนอกมาต่อแถวอยู่ข้างหลังได้ไง
คู่รักแต่งตัวเหมือนกันที่ว่างวไม่ได้ ยืนจูบกันตลอด 555+





ข้ามฝั่งมาแล้วก็งง จะกลับยังไง ไม่มีบัสด้วย
เลยไปต่อแถวขึ้นแท็กซี่เกือบชั่วโมง ที่นี่ทุกอย่างแถวยาวหมดอ่ะ
เลือกว่าจะไปนั่งรถบัสหรือว่านั่งรถไฟ
แต่ที่หาข้อมูลมาเค้าบอกว่าเย็นๆรถจะติดเลยคิดว่าไปรถไฟดีกว่า
ชวนคนข้างหน้านั่งไปด้วย หารค่ารถอีกแล้ว
เพราะค่าแท็กซี่ที่นี่ไม่ไหวอ่ะ นั่งไปชุนชอนขึ้นรถไฟ
ค่าแท็กซี่เท่าไหร่ให้ทาย 36700 วอน O_o" เหงื่อตกค่ะ ไม่กล้าคูณเลย
ขึ้นรถไฟอีกคนละ 4800 วอน ตั๋วยืน ขึ้นรถไป ทำไมให้ชั้นยืนวะ ที่ออกจะโล่ง
อยากนั่งอ่ะ เมื่อย นั่งไป 2-3 สถานี คนขึ้นมาเต็มเลย
คราวนี้เลยได้นั่งสมใจ นั่งพื้นนะ บนนี้ก็ยังจะเจอนกกระจอกอยู่อีก เหอๆๆ
พอถึงโซล ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเมียงดงค่ะ
แวะกินอะไรไม้ๆ กันคนละไม้สองไม้ เอาบรรยากาศ แต่อร่อยดีนะ
ที่นี่ขายไม้ละ 1000 วอน ตอนหลังไปเจอที่อื่นขาย 500 วอนเอง





ขึ้นจากสถานีรถไฟปุ๊บ คำแรกที่พูดคือ ไม่น่าไปเกาะบ้านั่นเลย 555+
เพราะที่นี่ร้านค้าเต็มไปหมด เป็นซอยๆ ขายของเต็มเพียบ
คนมากมายอีกแล้ว เดินช็อปตามสบายเลยค่ะ
ก็เข้าไปเลยค่ะ skin food หมดไป เกือบ 70000 วอนรวมที่คนฝากซื้อด้วยนะ





แล้วก็เข้า Etude งัดแคตตาล็อตออกมาเลยค่ะ
เลือกใส่ตะกร้ายั่งกะเค้าแจกฟรี พนักงงานก็ขายเก่งมาก ขนาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ
สรุปแล้ว จ่าย Etude ที่เมียงดงไป 200500 วอนเท่านั้นเอง T___T
ตัวเบาหวิวเดินออกจากร้าน พนักงงานบ๊ายบายใหญ่เลย 555+
ออกจากร้านมา อ้าว นี่เราเข้าไปนานแค่ไหน ข้างนอกปิดกันเกือบหมดล่ะ
เลยนั่งรถใต้ดินกลับบ้าน หอบหิ้วของกันพะรุงพะรัง




ก่อนเข้าที่พัก เข้าร้านอาหาร กินไอ้นี่ๆ จานใหญ่มากกกก 4000 วอน



วันที่ห้า > > 28 ตุลา 07 Coffee Prince ดงแทมุน อีแทวอน นัมแดมุน เมียงดง



เมื่อวานไปขอยืมหัวเสียบที่อาจุมม่าเจ้าของเกาเฮ้สามาชาร์ตบตมือถือแล้ว
ก็เลยตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ 8 โมง จุดมุ่งหมายของวันนี้เป็นไฮไลท์มากๆ
นั่งรถใต้ดินไปลงสถานีมหาลัยฮงอิก จากนั้นก็เดินๆหาร้านเจ้าชายกาแฟ
ตอนแรกหลงๆอยู่พักนึง ก็ถามๆคนที่เดินผ่านไปมา จนเจอแล้ว กรี๊ดด ตื่นเต้น



ไปถึงเค้าปิดอยู่อ่ะ แต่มีคนยืนๆถ่ายรูปอยู่ก่อน
สภาพร้านก็รกๆนิดหน่อย ตอนแรกนึกว่าเค้าไม่ขายแล้ว
พอถามคนที่เค้าถ่ายรูปอยู่ ได้ความว่าร้านเปิดเที่ยงครึ่ง




ก็เลยถ่ายรูปๆ เจ้าของร้านเปิดให้เข้าไปถ่ายด้านในด้วย
เค้ามาถามว่ามาจากไหน เลยตอบไปว่า ไทยแลนด์ๆ
ถ่ายจนไม่รู้จะถ่ายไรล่ะ เลยไปยืนกินไรในมาร์ทแถวนั้น รอเที่ยงครึ่ง




ดูกำแพงหน้าร้าน ไม่มีที่ว่างเลยค่ะ
ชั้นก็ไปเขียนกะเค้าไว้เหมือนกันน้า 555+



ได้เวลาร้านเปิดก็รี่เข้าไปเลย กรี๊ดๆๆๆ
สั่งกาแฟมอคค่า 2 แก้วๆละ 7000 วอน
เกิดมาไม่เคยกินกาแฟแพงขนาดนี้มาก่อน





ที่เคาน์เตอร์มีแก้ว Coffee prince วางเรียงอยู่
ไปขอซื้อเค้ามา 2 ใบๆละ 15000 วอน o_O"
ตอนแรกเค้าไม่ขายด้วย แต่คงเห็นแบบต่างชาติเลยขายมั้ง




กินเสร็จ ถ่ายรูปหนำใจ ก็กลับ พอใจล่ะ
ออกมาถ่ายรูปกะลูกเจ้าของร้านหน่อย น่ารักมากๆๆๆ




วันนี้วันอาทิตย์ เป้าหมายคือ ดงแทมุนที่เค้าปิดถนนขายของตอนช่วงบ่าย
นั่งรถไปถึงก็ลุยเลย ของขายเยอะมากๆ ถูกก็มีแพงก็เยอะ



ไม่ได้ถ่ายรูปเลย เพราะสองพี่น้องมือไม่ว่าง 555
เดินๆอยู่ ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนตกซู่ซะงั้น
หนาวแล้วฝนยังตกอีก เข้าไปหลบในห้างเดินดูของไปเรื่อย
หาของกิน ในที่สุดก็ได้กินละจาจาเหมียนกะบลูโคคิ




ฝนหยุดแล้ว แต่ยังไม่หยุดเที่ยว ไปไหนต่อดีๆ
เลือกไปอีแทวอน ก็หอบของกันไปจนถึง
อืม... สีสมดีๆนี่เอง เหมือนมากๆ ฝรั่งเยอะมาก ไม่มีไรน่าตื่นเต้น
เลยไปต่อกันที่ตลาดนัมแดมุน ซื้อสาหร่ายมา 15000 วอน 555+ โดนหลอก
เดินเรื่อยมาจนถึงเมียงดง เพราะเมื่อวานยังไม่ได้เดินเท่าไหร่เลย





ดูของไปเรื่อย แล้วก็เข้า Etude อีกล่ะ
พนักงานจำได้เลย เค้าลากไปทำเล็บให้ซะเลย 555+ สวยดีๆ





เดินขาลากกันจนกลับที่พัก วางของแล้วก็ออกมาซาวน่า
โชคดีที่ซาวน่าเนี่ย อยู่ในตึกตรงข้ามที่พักเลย
แต่มันเป็นซาวน่าเล็กๆแหละ เดินเข้าไป
เจอนมตูมๆเลยค่ะ เค้าแก้ผ้ากันอ่ะ
ก็เปลี่ยนเสื้อ เข้าไปในห้องซาวน่า ร้อนจี๊เลยๆ
ไม่กล้าเอากล้องเข้าไป กลัวเจ๊ง




มีที่อาบน้ำด้วย แต่ไม่ได้อาบนะ



เสียไปคนบะ 3500 วอนค่าเข้าซาวน่า 555+ พอใจยังๆ


วันที่หก > > 29 ตุลา 07  นัมซานทาวเวอร์ ยุยอิโด พาร์ค บลูเฮาส์ เทคโน มาร์ท

วันนี้ตื่นแต่เช้า ข้ามถนนมุ่งสู่ชางด็อกกุง
แต่ลางมาล่ะ แปลกๆ ทำไมมันเงียบๆ ทุกวันมันจะคนเยอะแยะไปหมด
สรุปชางด็อกกุงปิดวันจันทร์ โหยยยย เสียดายมาก ใกล้เกลือกินด่างของแท้



ตรงข้ามบ้านแท้ๆ แต่ไม่ได้เข้าไป เลยไปเป้าหมายต่อไป
เขานัมซาน นั่งรถไปลงเมียงดง เดินขึ้นเขา เหนื่อยแฮ่กๆ
เห็นโรงแรมแปซิฟิกแล้วก็คิดถึงฮันกุล
มองหาใหญ่เลยบ้านไหนหนอจะเป็นบ้านฮันกุล




ขึ้นมาถึงรถกระเช้าเหนื่อยแฮ่กเลย
ซื้อตั๋วขึ้นรถกระเช้าคนละ 7000 วอน
เอาแบบไปกลับ ไม่อยากเดินล่ะเหนื่อย
ขึ้นรถกระเช้าตามรอยซีรี่ส์ คิมซัมซุนอีกเรื่องนึง





วันนี้อากาศหนาวจับใจ หนาวกว่าทุกวันเลยทีเดียว
หรือเป็นเพราะเราขึ้นมาที่สูงก็ไม่รู้





ก็ถ่ายรูป เก็บภาพกันไปตามอัธยาศัย
บนนี้เค้าเปิดเพลง Marry U ของเอสเจด้วยล่ะ 555+




ถ่ายกันเองมันเก็บโซล ทาวเวอร์ไม่ได้ทั้งหมด
เลยไปใช้บริการถ่ายภาพที่นั่น รูปละ 5000 วอน ไม่ถูกไม่แพง
แต่รูปออกมายาวๆยืดๆยังไม่ไม่รู้ 555+




ไม่ได้ขึ้นไปที่หอดูดาว เพราะไม่รู้จะดูไรตอนกลางวันแบบนี้
นั่งรถกระเช้าลงสู้พื้นดิน




เดินลงมาก็หาของกิน
สั่งอะไรไม่รู้ซีฟู้ดๆ ได้ไอ้นี่มา ไม่อร่อยอย่างแรง 5000 วอน





จากนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดินไปยุยอิโดกัน
เดินไปยุยดิโดพาร์ค เป็นสวนสาธารณะสวยงาม
อากาศหนาวแบบนี้ จะเดินเล่นได้ยังไงกัน





เดินเรื่อยไปจนถึง บลูเฮ้าส์ เป็นรัฐสภาของเกาหลี
ตอนแรกนึกว่าบ้านฟลูเฮ้าส์แล้วเค้าพิมพ์ผิดซะอีก 555+





ที่ยุยดิโดนี่เราลองถามราคามือถือกัน
ถูกโฮก บางรุ่นนะ แต่ถ้าพวกซัมซุงก็ถูกกว่าไทยทั้งนั้น สวยกว่าด้วย
เจ้ยอดถามอันนึงของ anycall สีขาวฝาพับสวยงาม 30000 วอนเอง
ควักเงินจะซื้อล่ะ เค้าขอ ID Card ยื่น Passport ไปให้ก็ใช้ไม่ได้
ใช้บัตรประชาชนของไทยก็ไม่ได้ สรุปไม่ให้ซื้อซะงั้น เสียดายมาก
ด้วยความอยากได้ เลยไปเทคโนมาร์ท อยู่แถวดงโซล บัส เทอร์มินัลอ่ะแหละ
ขายของพวกคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ กล้องไรพวกนี้
สรุปก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี น่าเสียดายจริงๆเลย





ขากลับก็แวะกินหมูสามชั้นย่างแบบในหนังเกาหลีที่ใฝ่ฝัน
แล้วก็กลับที่พัก เก็บของ จัดกระเป๋า พรุ่งนี้เดินทางแต่เช้า
อาบน้ำ แต่งตัว ดูโทรทัศน์ ชอบจังเลยโทรทัศน์เกาหลีเนี่ย
รายการก็สนุก ตลกดี ถ้าดูหนังรู้เรื่องคงจะดี


วันที่เจ็ด > > 30 ตุลา 07

ตื่น 6 โมงครึ่ง เช็ค เอาท์ แล้วก็ลากกระเป๋าไปขึ้นลีมูซีนบัส
ขามากระเป๋า 1 ใบใหญ่ ขากลับกระเป๋างอกเงยเป็น 3 กระเป๋า
ลากกัน แบกกันกว่าจะถึงป้ายรถ หนาวจนมือชา ควันออกปาก
นั่งรถชั่วโมงนึงพอดีเป๊ะไปถึงสนามบินอินชอน
เช็คอินโหลดกระเป๋า เข้าเกทขึ้นเครื่อง กลับไทย
ไม่อยากไปเลย T_T


จบๆๆ นั่งเขียนมาตั้งแต่ 3 โมง ตอนนี้ 3 ทุ่มกว่าล่ะ เก่งจริงๆ
สรุปทริปนี้ใช้เงินไปสิ้นเนื้อประดาตัว (เว่อร์ๆ)
แต่ว่าสนุกและเป็นความทรงจำที่ดี
ได้ตามรอยซีรี่ส์ทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน
เริ่มตั้งแต่ My Girl ,Que sera sera ,Coffee Prince
Winter love song ,Kim sum soon เกี่ยวมั๊ยเนี่ย

สนุกมากเลย เดี๋ยวครั้งหน้ามาแปะรูปที่ถ่ายกะป้ายโฆษณาดีกว่า555+
พรุ่งนี้ไปเรียนแล้ว สู้ๆ

ปล. ก่อนไปเกาหลีติด Que sera sera อยู่
เอริคหล่อลากไส้มากๆ กลับมาดูจนจบแล้วเสียอารมณ์ว่ะ
แต่ให้อภัยเพราะเอริคหล่อ







Min Sul - 100% romantic

Review**



ง่ะ เหนื่อยค่ะ นอนมากจนเหนื่อย
หลังจากไปสอบวันจันทร์-อังคาร แล้วนอนตี 3 ตลอด
เปล๊า ป่าว อ่านหนังสือหรอกนะ เป็นบ้าอยู่ตอนนี้
คือมันก็อ่านแหละ แต่น้อยนิดเหลือเกิน
นั่งหน้าคอมทั้งวัน หาข้อมูลไปเที่ยว
สุดยอดดดด การไปเที่ยวเองมันลำบากนะนี่
แต่ดูๆแล้วคิดว่าน่าจะคิดถูกที่ไม่ไปกะทัวร์
เพราะที่ๆอยากไปไม่มีในทัวร์เลย เย้ๆ
เมื่อคืนถ่างตาอยู่ถึงตี 4 วันนี้ตื่นล่อไปบ่าย 3 ครึ่ง เจริญจริงๆ
นอนจนแสบตาเลยเหอะเธอ อ้อตอน 10 โมงแม่ลากลงมาไหว้อากง
วันนี้วันไหว้เหรอ ไม่รู้เรื่องเลย เพราะงั้นที่บ้านก็ของกินเพียบตามเคย

สอบครั้งนี้มันโหล่ยโท่ยจริงๆ หนังสือก็..อ่านไปนะ
แต่ข้อสอบมันย๊าก ยาก ทำไม่ได๊ ทำไม่ได้
ธัชพรอยากจะอัตวิบากกรรมตัวเองมากๆ
แต่คิดว่าทุกคนในห้องก็ทำไม่ได้เหมือนกัน (รึป่าว) ก็ห็นบ่นๆกันทุกคนเลย
ข้อสอบเทอร์โมเนี่ยสุดๆล่ะ ยากฉิบ ห่า
สงสัยเอาข้อสอบแคมบริด (หรือแคมบิด) มาให้ทำ
แต่ก็ดูดิ วันๆฉันอ่านหนังสือที่ไหนวะ อ่านแต่รีวิวคนไปเกาหลี
ดูแผนที่เกาหลีจนตาจะถลนล่ะ กลัวไปแล้วแป่ว เลยหาข้อมูลไว้เยอะๆก่อน
นี่จองที่พักไปสิบกว่าที่ล่ะ สำรองไว้ๆ 555+ เดี๋ยวค่อยเลือกว่าจะอยู่ที่ไหน
แต่ยังไม่ได้ไปแลกเงินเลย ตั๋วเครื่องบินซื้อไปแล้น
บินคาเธ่ย์ ไปแวะฮ่องกงก่อนอ่ะ ไม่มีปัญญาบินตรง
เดี๋ยวไม่มีเงินเที่ยว พี่สาวฉันนี่คิดแต่เรื่องจะไปกินไรดีๆ
ค่ากินมันถูกที่ไหนเธอ แล้วเจ๊จะไปทั้งเอเวอร์แลนด์ทั้งลอตเต้เวิดล์
ไปดูมาค่าเข้าคนละ 30000 วอน นี่เข้าอย่างเดียวนะยังไม่ได้เล่น
เพิ่มอีกนิดเข้าบุช การ์เดนได้เลยเหอะ สวรรค์กว่าเย๊อะ 555+
เดี๋ยวไปกลับมาแล้วจะเขียนรีวิวบ้าง ไปอ่านของคนอื่นสนุ๊ก สนุก สวยด้วย


แต่ก่อนจะไปต้องฟาดฟันกะรายงาน Reactor ซะก่อน
ซึ่งยังไม่ได้ทำเลยซักกะนิด เหอๆๆๆ ส่งวันที่ 25
แต่ธัชพรคนดี จะหนีไปเที่ยวตั้งแต่ 24 แล้ว ขึ้นเครื่อง 6 โมงเย็น
ตอนแรกนึกว่าจะไปดึก แต่มันไม่มีเที่ยวบินอ่ะ
เราขอโทษนะกิ๊ฟซี่ แต่เราจะพยายามทำของเราให้เสร็จก่อนไป
จะทำจนวินาทีสุดท้ายเลยจริงๆ ขอโท้ดดดด
ตอนนี้เราทำ Power point ไปพลางๆแล้วล่ะ ให้สวยๆๆเลย
ขอโทษน้า ชองมัน มีอันเนโย ชินกู T__T


โปรแกรมที่จะไปแน่ๆ คือร้าน Coffee prince
ไปถามมาแล้วว่าอยู่ที่มหาลัยฮงอิก ไกลจากที่พักไปไม่กี่สถานี
ดูรูปมหาลัยมาสวยดี ต้องเข้าไปให้ได้ ผู้ชายคงเยอะ เหอๆๆๆ
แต่ไม่ใช่เจอแต่เต้าหู้ลอยไปลอยมา งั้นเซ็งเลย
แล้วก็ไปซาวน่า อันนี้หาข้อมูลไม่ได้เลย
ไม่มีคนเคยไปเลย ทำไมไม่ชอบไปกันเหรอ น่าสนุกดีออก
แต่เดี๋ยวไปถามพี่ยุ้ย พี่เบนซ์อีกที
อยากไปแล้วเจอดารา ต้องไปแถวไหนคะ??
สรุปไปเที่ยวกะฉัน สบายไปแปดอย่าง เพราะข้อมูลแน่น
แต่ไม่รู้ไปจริงๆเป็นไงนะ แต่จริงๆแล้วไม่ได้สมัครใจหาข้อมูลเองหรอก
โดนเจ้ยอดบังคับให้ทำ 555+ เพราเจ้ยอดคิดที่เที่ยว ส่วนฉันหาทางไปให้ถึงที่
สอบถามมาหมดแล้ว จากอินชอนไปที่พักขึ้นรถยังไงลงที่ไหน
เดินจากบัส สต็อปกี่เลี้ยวๆ รู้หมด เก่งจริงๆ555+
สงสัยต้องปริ้นไปเป็นคู่มือเพราะจำไม่ได้หรอก หามาเซฟๆๆไว้กองเลย



เฮ้อ อยากไปเที่ยวเร็วๆจังเลย
คุณแม่ถาม หยุมไม่เสียดายเงินเหรอ
อืมๆ ก็ไม่เสียดายนะ ไม่งั้นเก็บไว้ทำไมอ่ะ เดี๋ยวเน่า เอามาใช้ดีกว่า 55+
อุตส่าห์ไปทำงานถึงอเมกาที่ไม่ได้เที่ยวเล้ย ก็มาเที่ยวตอนนี้แหละ
ส่วนพ่อบอกไปสองคนพี่น้องตั้ง 7-8 หมื่น
บอกว่าเอาเงินนี่ไปฮ่องกงทั้งครอบครัวดีกว่า
โหยยยย ความคิดล้ำลึก เที่ยวฟรีเหรอคุณป๋า





ฟู่ๆๆๆ ไปล่ะ
ยังไม่ได้อ่านยูนิตกะแลปซักกะตัว
ฉันจะตายหยั่งเขียด กรี๊ดดดดดดดดด

บ๊าย บาย~~~

Min Sul - 100% romantic

Live @ Seoul >> Part 1



อังยองชิมนิก้า กลับมาแล้ว ๆ เที่ยวหนุกหนานมากเลย
ไม่อยากกลับเลย อยากเที่ยวๆๆๆต่อไปเรื่อยๆ
เขียนความทรงจำหน่อย ต้องยาวเป็นกิโลแน่ๆเลย เฮ้อ แค่คิดก็เหนื่อยล่ะ



วันแรก > > 24 ตุลา 07

ขึ้นเครื่อง 6 โมง 40 ไปทรานเฟอร์ที่ฮ่องกงแล้วถึงต่อไปโซล
ก็... ไม่มีไร เดินดูของในเกทไปเรื่อย นั่งเครื่องข้ามวันข้ามคืน
แต่ไม่ยอมนอน นั่งฟังเพลง ดู Harry บนเครื่องนั่นแหละ


วันที่สอง > > 25 ตุลา 07 เคียงบ็อกกุง แม่น้ำฮัน ตึก 63 ชั้น อินซาดง

ถึงแล้วค่า สนามบินอินชอน ว้าว..ได้บรรยากาศมากๆ
เครื่องลงประมาณ ตี 5 ได้ กว่าจะตรวจคนเข้าเมืองเอากระป๋า





ยืนเอ๋อ ถ่ายรูป ก็ปาไป 6 โมงล่ะ ตอนผ่านตม. ชั้นก็ผ่านมาได้อย่างสบาย
ไม่ได้พูดไรซักคนเลย เจ้ยอดโดนถานิดหน่อยแต่ก็ไม่มีไร
แต่เดินออกจากตึกแค่นั้น โอ้วววว..สวรรค์ของคนเมืองร้อน
อากาศหนาวได้ใจมาก นั่งรอลีมูซีน บัส สาย 602-1 ซักพักนึง
จุดหมายปลายทางคือ Auguk dong แถวเกสเฮ้าส์ที่พักนั่นเอง
นั่งรถมาซักชั่วโมงครึ่งก็ถึงล่ะ สองศรีพี่น้องลากกระเป๋าเดินหาที่พักกัน
จนในที่สุดก็เจอ Jongnowon อยู่ตรงข้ามกะวังชางด็อกเลย 555+
เช็ค อิน เก็บของล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกเที่ยวกันทันที
เดินๆๆๆไปเคียงบ็อกกุง ประมาณ 1 สถานีรถไฟใต้ดินอ่ะ ไม่ไกลมากเท่าไร่
แต่เดินเห็นกำแพงวังล่ะ จะเอากล้องมาถ่ายรูป อ้าว..ลืมหยิบกล้องมา เวรกรรม
ต้องเดินกลับไปเอากล้อง ยังไม่ทันไรเลยปวดขาแล้ว โฮฮฮ
จนในที่สุดก็ถึง เคียงบ็อกกุง ค่าเข้าคนละ 3000 วอน





โผล่เข้าไปตกใจมาก คนมาจากไหนกันเนี่ย เยอะโคตรๆ
ส่วนใหญ่เป็นฮักเซ็งมาทัศนศึกษา เด็กนักเรียนเต็มไปหมดเลย
ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต เดินตามกันเป็นพรวน แต่ทัวร์ก็เยอะเหมือนกันนะ




เดินเข้าไปในๆ ไปเจอกันกลุ่มทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนญี่ปุ่น
เจอแล้วค่ะ นักเรียนสุดหล่อ หัวเซตมาอย่างดี ขาวจั๊วะ
ถ่ายรูปไม่ทัน มันไกลไปหน่อย แต่คอมเฟริม์ว่าหล่อจริง!!




จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปเด็กแถวนั้นล่ะ ในกล้องวีดีโอนี่มีแต่คนๆๆๆ
แต่หาดีไม่ได้แล้ว ซัก 100 คนจะหน้าตาดี 1 คน เฮ้อออ
เดินชมวังไปเรื่อยๆ ในนั้นก็มีพวกพิพิธภัณฑ์นู่นนี่ด้วย สวยดีๆ
แต่พี่น้องเมื่อยขาเกินไปแล้ว ง่วงมากๆด้วย เลยตัดสินใจกลับที่พัก
ขอนอนซักแป๊บนึงนะ แล้วจะตื่นมาเที่ยวต่อ ระหว่างทางเดินกลับ
เจอเด็กที่มาทัศนศึกษานั่งกินข้าวกันอยู่ข้างทางก็เลยถ่ายรูปกันมา





กลับไปนอนซัก 2-3 ชั่วโมง ตื่นมาเดินทางท่องเที่ยวต่อเหอะนะ
นั่งรถไฟใต้ดินไปลงยุยอินารุ เดินออกมาเป็นแม่น้ำฮันคับ
โอ้ว..จะหนาวไปไหน แถวนี้เป็นสถานี MBC กะ KBS ด้วย
แต่ไม่ได้เดินเข้าไปอ่ะ เพราะมันไม่ได้อยู่ในแผนและมันไกล โฮฮฮ
เดินชมวิวแม่น้ำฮันไปเรื่อย ก็.. เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยามั้งแต่มันไม่สกปรกไง





แล้วเราก็ตามรอยซีรี่ส์เรื่องแรกกันค่ะ My Girl~
ข้ามไปอีกฝั่งนึงก็เป็นตึก 63 ชั้นที่สูงตะง่านเลย




รีบๆเดินเข้าไปกันเหอะ ข้างนอกมันหนาวมากเลยนะ




เราก็ต้องเสียเงิน 7000 วอนเพื่อขึ้นลิฟท์ไปข้างบน
ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงโซลยาค่ำคืน




ยัยเจ๊อ้วนๆ คนนี้ใครคะ?? ดู กู เซ โย๊??




ชื่นชมสมใจแล้วก็ลงๆๆ กลับๆค่ะ มันมืดแล้วก็เหนื่อยแล้วด้วย
นั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พัก แต่ไม่ยอมไปลงที่สถานีที่ต้องลง
แต่ลงก่อนถึงสถานีนึง เพื่อจะเดินซึมซับบรรยากาศย่านอินซาดง
และหาข้าวกินด้วย แต่พอออกมาแล้ว งงๆ เราจะเดินไปทางไหนกันนะ
เดินมั่วไปเรื่อยๆ ไปหยุดหน้าตึกนึง เฮ้ย.. แถวนี้โคตรจะคุ้นเลย ที่ไหนวะ
หันไปเห็นป้าย Nak Won BLDG. อ้อๆๆ ใช่เลยๆ
ก่อนมานี่เพิ่งดู Que sera sera มาหมาดๆ นี่ตึกที่พระเอก นางเอกอยู่นี่น่า
กลายเป็นมาตามรอยซีรี่ส์เรื่องนี้ไปอีกเรื่อง 555+





และแล้วก็หาร้านกินข้าวได้ซะที แถวที่พักนั่นแหละ
ร้านนี้รูปเยอะเลยเข้าไป ใช้ชี้เอาเพราะสั่งไม่เป็น
อะไรไม่รู้ อร๊อย อร่อย เพราะหิวด้วยมั้ง ถูกปากที่สุดเลย
แล้วก็กลับอาบน้ำ ดูโทรทัศน์แป๊บนึง นอน





วันที่สาม > > 26 ตุลา 07 LOTTE WORLD




เพราะว่าโทรศัพท์แบตหมด นาฬิกาเลยไม่ยอมปลุก โฮฮฮ
ตื่นมา 9 โมงครึ่ง ตายๆๆ รีบๆ อาบน้ำแต่งตัว ลงไปกินอาหารเช้า
มุ่งหน้าสู่ล็อตเต้เวิล์ด ทางเข้าล็อตเต้นี่อยู่เชื่อมกะสถานีรถไฟฟ้าเลยอ่ะ
ค่าบัตรคนละ 30500 วอน ไม่อยากคิดเป็นเงินไทยเลย
ก้าวเข้าไป โอ้ววว คนมาจาไหน อุตส่าห์มาวันธรรมดาแล้วนะ
อยู่นี่ที่ไหนๆคนก็เยอะทั้งนั้นเลยอ่ะ ส่วนใหญ่เป็นเด็กอีกแล้ว
ก็นะสวนสนุกก็ต้องมีแต่เด็กสิเนอะ แต่ว่าแต่งชุดนักเรียนมาเลยเนี่ยสิ





เครื่องเล่นแต่ละอย่างก็น่าเล่นดี แต่ทุกอย่างคนต่อแถวยาวมากๆ
ไหนๆก็มาแล้วก็ต้องต่อ อย่างแรกเล่นถ้วยหมุนๆก่อน
แล้วก็ไปต่อแถวขึ้นบอลลูนชมรอบล็อตเต้ ยืนรอไป 40 นาที เกือบตาย
ระหว่างรอเลยเสียเงินซื้อทาโกะ 6 ลูก 3500 วอน ตอนซื้อลืมคิดเป็นเงินไทย 555+





เสร็จแล้วก็ไปต่อแถวอีกเกือบชั่วโมงขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา
สนุกแบบหลับตาอีกแล้วครับท่าน





แล้วก็เดินอกมาที่ Magic Island
ปราสาทสวยงาม เครื่องเล่นอีกมากมาย
ที่เล่นไม่ไหวแล้วเพราะขี้เกียจต่อแถว





แต่เพื่อไม่ให้เสียเงินไปฟรีๆ
ก็เลยต่อแถวที่สั้นๆหน่อย เล่น Gyro Drop เสียววูบๆ
กะ Wave WIKINI นี่ก็สนุกดี





เล่นเครื่องเล่นไม่ได้เลยมาเข้ส Museum แทน




ในนี้เป็นวิถีชิวิตของคนเกาหลีสมัยก่อน สวยดี




ก่อนกลับแวะไปที่ลานสเก็ต เก็บบรรยากาศ
แล้วก็ซื้อของฝากนิดหน่อย
จากนั้นเข้า Lotte Mart ช๊อปปิ้ง
ห้างเกาหลีนี้ดีจริงๆ ของให้ชิมเรียงรายเป็นแถว
แล้วให้ชิมแบบไม่หวงจริงๆอ่ะ เนื้อเป็นเนื้อ น้ำเป็นน้ำ





เหนื่อยมากแล้ว กลับที่พัก หาร้นอาหารกินกัน
วันนี้กินไรไม่รู้เป็นหม้อๆ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนยังไม่กินอ่ะ ลืม


วันที่สี่ > > > 27 ตุลา 07 เกาะนามิ เมียงดง

วันนี้ต้องตื่นด้วยตัวเอง แต่ก็ประสบความสำเร็จ 7 โมงครึ่ง เก่งมั๊ย??
อาบน้ำแต่งตัว ไปดงโซล บัส เทอร์มินัล ขึ้นรถไปเกาะนามิ
มั่วมากมาย เพราะทางที่หามาบอกไม่ละเอียดเลย





ไปถึงแล้วยังต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามเกาะอีก
ดีที่มีคนชวนขึ้นแท็กซี่ด้วยกัน เลยหารค่ารถคนละครึ่ง 8600 วอน
ไปถึงท่าเรือ โหยยยย.. คนมโหฬารบานตะไท เกาะมันจะถล่มมั๊ยอ่ะ
คนเยอะแบบนี้ มันจะมีอะไรเหลือให้โรแมนติกเนี่ย
เสียเงินไปคนละ 8000 วอน ข้ามเรือไปถึงเกาะนามิ
ถึงคนจะเยอะ ก็เยอะไปด้วยคู่รัก มาเดทกันด้วยชุดเหมือน
ไปเจอ 2 คู่เป็นดับเบิ้ล เดท แล้วแต่งตัวเหมือนกัน 2 คู่เลย วิ้ววว





เราสองพี่น้องก็เดินเก็บบรรยากาศตามประสาคนโสดไป





เกาะนามิ ที่สวยงาม ต้นไม้สีแดง สีเหลืองมากมาย











สวยมั๊ยๆ บรรยากาศนะ ไม่ใช่คนในรูป 555+ อย่าชมๆ





ขามารอเรือไม่นานเท่าไหร่ แต่ขากลับนี่สิ
แถวขึ้นเรือยาวไปเกือบสุดเกาะ (เว่อร์ๆ)
ต่อแถวไปเรื่อยๆ ดันมีนกกระนอกมาต่อแถวอยู่ข้างหลังได้ไง
คู่รักแต่งตัวเหมือนกันที่ว่างวไม่ได้ ยืนจูบกันตลอด 555+





ข้ามฝั่งมาแล้วก็งง จะกลับยังไง ไม่มีบัสด้วย
เลยไปต่อแถวขึ้นแท็กซี่เกือบชั่วโมง ที่นี่ทุกอย่างแถวยาวหมดอ่ะ
เลือกว่าจะไปนั่งรถบัสหรือว่านั่งรถไฟ
แต่ที่หาข้อมูลมาเค้าบอกว่าเย็นๆรถจะติดเลยคิดว่าไปรถไฟดีกว่า
ชวนคนข้างหน้านั่งไปด้วย หารค่ารถอีกแล้ว
เพราะค่าแท็กซี่ที่นี่ไม่ไหวอ่ะ นั่งไปชุนชอนขึ้นรถไฟ
ค่าแท็กซี่เท่าไหร่ให้ทาย 36700 วอน O_o" เหงื่อตกค่ะ ไม่กล้าคูณเลย
ขึ้นรถไฟอีกคนละ 4800 วอน ตั๋วยืน ขึ้นรถไป ทำไมให้ชั้นยืนวะ ที่ออกจะโล่ง
อยากนั่งอ่ะ เมื่อย นั่งไป 2-3 สถานี คนขึ้นมาเต็มเลย
คราวนี้เลยได้นั่งสมใจ นั่งพื้นนะ บนนี้ก็ยังจะเจอนกกระจอกอยู่อีก เหอๆๆ
พอถึงโซล ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเมียงดงค่ะ
แวะกินอะไรไม้ๆ กันคนละไม้สองไม้ เอาบรรยากาศ แต่อร่อยดีนะ
ที่นี่ขายไม้ละ 1000 วอน ตอนหลังไปเจอที่อื่นขาย 500 วอนเอง





ขึ้นจากสถานีรถไฟปุ๊บ คำแรกที่พูดคือ ไม่น่าไปเกาะบ้านั่นเลย 555+
เพราะที่นี่ร้านค้าเต็มไปหมด เป็นซอยๆ ขายของเต็มเพียบ
คนมากมายอีกแล้ว เดินช็อปตามสบายเลยค่ะ
ก็เข้าไปเลยค่ะ skin food หมดไป เกือบ 70000 วอนรวมที่คนฝากซื้อด้วยนะ





แล้วก็เข้า Etude งัดแคตตาล็อตออกมาเลยค่ะ
เลือกใส่ตะกร้ายั่งกะเค้าแจกฟรี พนักงงานก็ขายเก่งมาก ขนาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ
สรุปแล้ว จ่าย Etude ที่เมียงดงไป 200500 วอนเท่านั้นเอง T___T
ตัวเบาหวิวเดินออกจากร้าน พนักงงานบ๊ายบายใหญ่เลย 555+
ออกจากร้านมา อ้าว นี่เราเข้าไปนานแค่ไหน ข้างนอกปิดกันเกือบหมดล่ะ
เลยนั่งรถใต้ดินกลับบ้าน หอบหิ้วของกันพะรุงพะรัง




ก่อนเข้าที่พัก เข้าร้านอาหาร กินไอ้นี่ๆ จานใหญ่มากกกก 4000 วอน



วันที่ห้า > > 28 ตุลา 07 Coffee Prince ดงแทมุน อีแทวอน นัมแดมุน เมียงดง



เมื่อวานไปขอยืมหัวเสียบที่อาจุมม่าเจ้าของเกาเฮ้สามาชาร์ตบตมือถือแล้ว
ก็เลยตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ 8 โมง จุดมุ่งหมายของวันนี้เป็นไฮไลท์มากๆ
นั่งรถใต้ดินไปลงสถานีมหาลัยฮงอิก จากนั้นก็เดินๆหาร้านเจ้าชายกาแฟ
ตอนแรกหลงๆอยู่พักนึง ก็ถามๆคนที่เดินผ่านไปมา จนเจอแล้ว กรี๊ดด ตื่นเต้น



ไปถึงเค้าปิดอยู่อ่ะ แต่มีคนยืนๆถ่ายรูปอยู่ก่อน
สภาพร้านก็รกๆนิดหน่อย ตอนแรกนึกว่าเค้าไม่ขายแล้ว
พอถามคนที่เค้าถ่ายรูปอยู่ ได้ความว่าร้านเปิดเที่ยงครึ่ง




ก็เลยถ่ายรูปๆ เจ้าของร้านเปิดให้เข้าไปถ่ายด้านในด้วย
เค้ามาถามว่ามาจากไหน เลย